24 มกราคม 2562 ตะลึง‘ควันธูป’มีสารก่อมะเร็งสุดอันตราย

ที่มา: https://www.naewna.com/local/390778

จากผลงานวิจัย “สารก่อมะเร็ง : ภัยเงียบที่มากับควันธูป” ของ นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ และ ดร.พนิดา นวสัมฤทธิ์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ พบว่าควันธูปเป็นตัวการสำคัญทำให้ก่อมะเร็งในคน โดยมีสารก่อมะเร็ง 3 ชนิดได้แก่ เบนซิน บิวทาไดอีน และเบนโซเอไพรีน เป็นสารเคมีอันตรายที่เกิดจากการเผาไหม้ของกาวและน้ำหอม ที่ทำจากขี้เลื่อย กาว น้ำมันหอมสกัดจากพืช ไม้หอม ใบไม้เปลือกไม้ รากไม้ เมล็ดพืช เรซิ่นและสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำหอม สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมร่วมกับคณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จัดเสวนาหัวข้อ “ธูป…ทำบุญ…ผลต่อสุขภาพ…มะเร็ง?” ณ สำนักงาน วช. ถนนพหลโยธิน เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปการจัดการใน 3 ประเด็น คือ การใช้ธูปควรมีแนวทางดำเนินการในสังคมไทยอย่างไร การออกแบบธูปที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อสุขภาพและการลดพฤติกรรมใช้ธูปในระยะยาว ผู้อำนวยการวิจัยยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม วช. กล่าวว่าควันธูปนั้นมีการศึกษาวิจัยจำนวนไม่น้อยสรุปผลตรงกันว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยมีสารสำคัญที่เป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งโดยเฉพาะผลงานวิจัยของแพทย์ดีเด่นแพทยสภา ประจำปี 2561 ด้านผู้ปฏิบัติงานจากการอุทิศตนและเสียสละเวลาทำงานเพื่อสังคม ปัจจุบันเป็นหัวหน้าไอซียู รพ.วิชัยยุทธ ซึ่งได้ศึกษาวิจัยผลกระทบต่อผู้ใช้ธูปมากว่า 10 ปี ยืนยันชัดเจนว่าธูปนั้นเป็นต้นเหตุสำคัญทำให้เกิดมะเร็ง ซึ่งจากรายงาน
ผลการศึกษาวิจัยทั้งในสหรัฐอเมริกาและไทย พบว่าควันธูปและควันบุหรี่มีสารก่อให้เกิดมะเร็งไม่แตกต่างกัน จากการสุ่มตัวอย่างกลุ่มคนที่อาศัยในวัดขนาดใหญ่ที่มีการใช้ธูปจำนวนมาก 3 จังหวัดได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา ผลปรากฏว่ากลุ่มคนที่ทำงานกับธูปอยู่ในวัดมีสารก่อมะเร็งทั้ง 3 ตัว สูงกว่ากลุ่มคนที่ไม่ได้ทำงานกับธูปอยู่นอกวัดทุกตัวและพบว่าอากาศในวัดมีสารก่อมะเร็งเยอะกว่าข้างนอก ฉะนั้นธูปจึงเป็นต้นเหตุสำคัญของการเป็นมะเร็งแม้กระทั่งธูปไร้ควันก็เช่นเดียวกัน ผู้อำนวยการกลุ่มกำหนดมาตรฐาน 6 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่ามาตรฐานของ สมอ.มีอยู่ 2 ประเภท คือ มาตรฐานบังคับ และมาตรฐานทั่วไปในส่วนของธูปนั้นเป็นมาตรฐานทั่วไป “นับตั้งแต่มีการประกาศมาตรฐานธูปออกไปปี 2550 จนปัจจุบันนี้ได้รับการรับรองเพียงรายเดียวคือ ธูปนพมาศ ต่อมาปี 2553 มีการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน กลุ่มวิสาหกิจ กลุ่มแม่บ้านผลิตธูป ก็ได้มีข้อกำหนดมาตรฐานชุมชนออกมาแต่จะอ่อนกว่ามาตรฐาน มอก.2345-2550” ประธานคณะอนุกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชุมชนเมือง (สนช.) กล่าวว่า จะนำผลเสวนาเสนอต่อคณะกรรมาธิการ ก่อนนำเข้าสู่ครม.พิจารณา เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการทั้งทางกฎหมาย และมาตรการทางสังคม เพื่อลดปัญหาในระยะยาวต่อไป